ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ยุค 4.0 มีบทบาทอย่างไร

การตลาด จำเป็นจะต้องก้าวให้ทันยุคสมัย จึงควรจะต้องค่อยศึกษาว่าในปัจจุบันคนให้ความสนใจกับอะไร สื่อแบบไหนได้รับความนิยมสูงสุด มีลักษณะแบบไหน การตลาดยุคก่อนจะเน้นไปที่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่ในยุคถัดมาจะให้ความสำคัญกับลูกค้ามองว่าลูกค้าคือพระเจ้า ยุคก่อนหน้านี้ไม่นานเป็นยุคทางการปฏิวัติทางอินเทอร์เน็ต ซึ้งนักการตลาดเริ่มใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อเอาใจลูกค้า อาทิเช่น การแจ้งสิทธิพิเศษทางอีเมล ปัจจุบันเป็นการตลาดในยุคที่โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทในทุกช่วงเวลาของชีวิต ซึ่งการตลาดในยุคปัจจุบันนี้จะมีวิธีการเชื่อมต่อทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งในยุคนี้เป็นยุคที่แค่ปรับตัวให้ทันคงไม่พอ แต่ต้องพัฒนาให้ไว การตลาดออนไลน์จึงเป็นวิธีการที่สำคัญในยุคนี้ ยุคที่ภาครัฐผลักดันประเทศให้เข้าสู่การเป็น Digital Thailand หรือที่เรารู้จักกันในชื่อที่ว่า Thailand 4.0 ในการทำธุรกิจแต่ละครั้งเราอาจต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ ในยุคที่การตลาดออนไลน์เป็นที่นิยม เราจะมาทำความรู้จักกับลักษณะของผู้ที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ และงานของผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ว่ามีลักษณะเป็นแบบใด

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ควรเป็นบุคคลที่มีความคิดเชิงวิเคราะห์ รอบคอบ สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบันได้ ว่าการตลาดแบบใดเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบัน วางแผนการตลาดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ต้องเป็นบุคคลที่มีความชำนาญในการใช้ภาษา สามารถถ่ายทอดความคิดที่สามารถโน้มน้าวใจกลุ่มเป้าหมายและถ่ายทอดให้กับผู้ที่ต้องการคำแนะนำในเรื่องการตลาดออนไลน์ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์จะต้องมีความสามารถปรับเปลี่ยนและมีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องบุคลิกและทัศนะคติ เนื่องจากโลกของการตลาดแบบออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อยมาก จึงทำให้ผู้ที่มีความยืดหยุ่นเท่านั้นที่จะสามารถอยู่ในวงการนี้ได้ และยังต้องตามทันข่าวสารทางด้านการตลาดอยู่เสมอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ต้องมีความเข้าใจทางเทคนิคของเครื่องมือต่างๆที่สามารถนำไปใช้ทำการตลาดออนไลน์ รู้ว่าเครื่องมือใดเป็นที่นิยมของกลุ่มเป้าหมาย

ลักษณะงานของผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ คือต้องศึกษาถึงสภาพตลาดโดยรวม ศึกษาข้อมูลสินค้า ศึกษาข้อมูลของคู่แข่งเพื่อวิเคราะห์ความได้เปรียบเสียเปรียบในการทำการตลาด วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายว่ากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะกับสินค้ามีพฤติกรรมการซื้อและบริโภคอย่างไร เลือกใช้สื่อออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับสินค้าที่ต้องการทำการตลาด ต่อมาวางแผน เขียนแผนการตลาด เพื่อโปรโมทสินค้า จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการ “เพิ่มการรับรู้” ของกลุ่มเป้าหมายต่อสินค้า ให้คำแนะนำในการจัดทำข้อมูลเพื่อเผยแพร่ลงในเครื่องมือสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับโครงสร้าง การออกแบบ และการทำงานที่เหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์จะติดตามสถานการณ์ด้านภาพลักษณ์ของสินค้า และประเมินผลของแผนการตลาด สุดท้ายผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์จะทำการสรุปผลการวางแผนทางการตลาดเพื่อวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ในการทำแผนการตลาดในครั้งต่อไป

จะเห็นได้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์นั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการวางแผนการตลาดออนไลน์ และยังเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแผนทางการตลาดออนไลน์กับผู้ที่ต้องการทำการตลาดอีกด้วย

ทำ Ad โฆษณา กับ Facebook หรือ Google ดีที่สุด

ในสมัยที่อินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้น การตลาดแบบ Digital Marketing ก็เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ บรรดา Social Network รวมทั้ง Social Media ทั้งหลายแหล่ต่างถูกปรับปรุงให้มีความสามารถรองรับ วิธีการทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการระบุกลุ่มเป้าหมาย ฟีทเจอร์สร้างลูกค้า อื่นๆอีกมากมาย แต่หากพูดถึงความพร้อมของ Platform สำหรับการทำ AD โฆษณาแล้ว มี 2 ตัวที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ โฆษณา Facebook และ โฆษณา Google

          Facebook: Platform เชิงรุก

          Facebook สุดยอดสื่อ Social Media ที่ทรงอิทธิพลมากสุดในขณะนี้ การันตีความนิยมจากสถิติผู้ใช้งานที่ทะลุ 2 พันล้านคนไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 โดย Facebook ได้พัฒนาตัวเองจากการเป็น Social Communication สำหรับพบปะ พูดคุย ติดต่อ มาสู่การเป็นหนึ่งในตัวช่วยสร้างความสำเร็จแก่ผู้

ประกอบการธุรกิจผ่านบริการ AD โฆษณ

ซึ่งการทำ Ad โฆษณากับ Facebook สามารถจำแนกออกได้เป็น 5 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

  • โปรโมท Fan Page : เหมาะสำหรับธุรกิจใหม่ เพราะการทำ AD โฆษณาแบบนี้จะช่วยให้ผู้คนรู้จักหน้าเพจเรา และเป็นการช่วยเพิ่มจำนวนผู้ถูกใจให้มากขึ้น จนกลายเป็นขยายฐานตลาด
  • โปรโมท Post : การทำ AD โฆษณาเพื่อให้โพสต์รายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ การขายสินค้า โปรโมชั่น ฯลฯ ที่เราอัพลงไปนั้นมียอดผู้เข้าชม ผู้กดไลค์ และผู้กดแชร์เพิ่มมากขึ้น
  • โปรโมท App : เป็นการช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมในแอพของคุณให้มากขึ้น และดึงดูดคนไปยังส่วนต่างๆ ของแอพ เช่น หน้าซื้อสินค้า หน้าลงทะเบียน หน้าดาวน์โหลด เป็นต้น
  • โปรโมท Video เพิ่มยอดเข้าชม : เพื่อกลุ่มเป้าหมายจะเห็น Video ของคุณบนฟีดข่าว ทั้งทาง Desktop และโทรศัพท์มือถือ

ข้อดีของการทำ Ad โฆษณากับ Facebook คือ สามาถช่วยสร้าง Brand Awareness และ Engagement ได้ดี เพราะ Facebook มีการสื่อสารแบบ 2 way communication กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นลูกค้าของผู้ประกอบการสามารถเกิดการ Share การ Comment การ Like สินค้าหรือบริการที่คุณทำการโปรโมทได้ ทำให้การโฆษณาผ่าน Facebook เหมาะสมกับธุรกิจที่เพิ่งเปิดบริการใหม่ๆ กับธุรกิจที่ต้องการปล่อยสินค้าเข้าสู่ตลาด นอกจากนี้การทำ Ad โฆษณากับ Facebook จะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรง และเป็นจำนวนมาก จากการตั้งค่ากำหนดกลุ่มเป้าหมานผ่านตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลพื้นฐาน ความสนใจ และ พฤติกรรมของผู้ใช้ Facebook

Google: Platform เชิงรับ

Google ผู้นำด้าน Search Engine อันดับหนึ่งของโลก มีความต่างจาก Facebook ในแง่ของระบบปฏิบัติการที่เอื้อต่อการสร้างยอดขายมาตั้งแต่แรก ทำให้ Google รายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏใน Search Engine

โดยการทำ Ad โฆษณากับ Google สามารถจำแนกได้ 3 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

  • Search Engine Optimization (SEO) การทำให้เว็บไซต์ของผู้ประกอบการติดอันดับการค้นหาแรกๆ ของ Google อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีการที่ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะวิเคราะห์หา Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ และมีแนวโน้มว่ากลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นลูกค้าจะทำการค้นหาบ่อยมาใช้
  • Google AdWords โฆษณาที่อยู่บนหน้า Search Engine ของ Google ทีทำให้คุณมีโอกาสได้เจอผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า หรือผู้ที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณและตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ ทั้งนี้การทำ Google AdWords จะเสียเงินค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อมีคนคลิกโฆษณา คุณสามารถกำหนดงบประมาณได้ด้วยตัวเอง
  • Google Display Network คือ เว็บไซต์ต่างๆ ที่มีพื้นที่โฆษณา ได้มาร่วมมือกับทาง Google หากผู้ใช้ Google AdWords ได้เลือกแคมเปญแสดงบนเครือข่าย GDN โฆษณาของคุณจะไม่ได้ขึ้นแต่เพียงเว็บไซต๋ของทาง Google เพียงอย่างเดียว แต่จะแสดงไปตามเว็บต่างๆ ด้วย เช่น Youtube, Kapook, dek-d ฯลฯ

ข้อดีในการทำ Ad โฆษณากับ Google จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายมากกว่า เนื่องจากอย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่า Google เป็น Search Engine อันดับหนึ่งที่คนจะมาค้นหาเมื่อต้องการอะไร เช่นเดียวกับเวลาคนต้องการซื้ออะไร คนก็จะมาค้นหาใน Google ผ่าน Keyword ดังนั้นการทำ Ad โฆษณากับ Google จึงเหมาะกับธุรกิจที่เป็นที่รู้จักในตลาดมาก่อนหน้านี้แล้ว

แต่ทั้งนี้แล้วการเลือกว่าจะทำ Ad โฆษณากับ Facebook หรือ Google ดี ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย แต่วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ถ้าให้เราแนะนำ เราแนะนำว่าหากคุณมีงบประมาณเพียงพอ การทำทั้ง 2 Platform พร้อมกันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่ มิหนำซ้ำเป็นเรื่องดีที่จะช่วยย่นระยะเวลาในการประสบความสำเร็จ

 

ลงทุนแค่ 0 บาทก็สามารถหาเงินได้จากการ โฆษณาให้ google

การทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์ ไม่ได้มีแค่เพียงขายของผ่านเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ก็สามารถหาเงินได้กับ Google AdSense บริการโฆษณา Google ได้เงินใหม่จากผู้นำด้าน Search Engine ระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ Web Master ผู้มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างรายได้ผ่านการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก

โฆษณา google
ลงทุนแค่ 0 บาทก็สามารถหาเงินได้จากการ โฆษณาให้ google

แล้วGoogle AdSense คืออะไร?

ย้อนกลับไปหากคุณยังจำบริการรับทำโฆษณาให้ติดอันดับบนหน้าแรกของ Google อย่าง Google AdWords ได้ Google AdSense หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าทำโฆษณาGoogle ได้เงินนั้นก็เป็นเสมือนน้องชายที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นผู้ช่วยกระจายโฆษณาจากAdWords ออกไปในวงกว้างซึ่งในที่นี้หมายถึงตามเว็บไซต์บุคคลทั่วไปที่มีความพร้อมสำหรับการทำ AdSense โดยเจ้าของเว็บไซต์ต้องทำการสมัครสมาชิกพร้อมส่งเว็บของตนเองให้ Google ตรวจสอบคุณภาพและยืนยันสิทธิ์เมื่อได้รับการอนุมัติบัญชีแล้วหลังจากนั้น Google จะทำการส่งโค้ด (Code) โฆษณามาให้ไปจัดวางไว้ในเว็บไซต์ตัวเอง

ซึ่งโฆษณาที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับมาโปรโมทนั้นขึ้นอยู่กับความสอดคล้องในเนื้อหาระหว่างเนื้อหาโฆษณากับเนื้อหาเดิมในเว็บไซต์เช่น หากเว็บไซต์เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับความสวยความงาม โฆษณาที่ได้รับส่งมาจาก Google อาจเป็นโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอางเพื่อผิวหน้าหรือโฆษณาเพื่อผิวกาย โดยอาจเป็นได้ทั้งโฆษณาเชิงข้อความ และโฆษณาเชิงรูปภาพ

ส่วนผลตอบแทนหรือรายรับหรือค่าจ้างที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับจากการเป็นสมาชิกร่วมกับGoogle AdSense นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ 1.เมื่อมีการคลิก ( Pay Per Click ) เมื่อมีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้คลิกที่โฆษณาของ Google เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับผลตอบแทนทันทีโดยแต่ละโฆษณาที่ถูกคลิกจะได้รับผลตอบแทนไม่เท่ากัน มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับผู้ที่ลงโฆษณากับ Google AdWords ว่าลงโฆษณาไว้ในราคาที่สูงหรือต่ำถ้าหากลงโฆษณาในราคาสูงไว้ ผลตอบแทนจากคลิกโฆษณานั้นก็สูงตามไปด้วย (cr.siamtipplus) 2. เมื่อแสดงโฆษณา ( Pay Per Impression) กรณีนี้ Google จะจ่ายให้เจ้าของเว็บไซต์เมื่อเกิดการแสดงโฆษณาครบ 1,000 ครั้ง โดยที่จำนวนการคลิกที่โฆษณาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

นโยบายการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ Google AdSense

Google เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานดังนั้นการเป็นสมาชิกร่วมกับ Google AdSense เจ้าของเว็บไซต์ต้องยื่นหลักฐานระบุการมีอยู่ของตัวตนและเว็บไซต์ให้ทาง Google ตรวจสอบก่อนว่า เจ้าของเว็บไซต์และตัวเว็บไซต์มีคุณภาพพร้อมที่จะได้เป็นตัวแทนประกาศโฆษณาของ Google จริงโดยเว็บไซต์ที่ไม่จะได้รับการอนุมัติการเป็นสมาชิก และโดนแบนทันทีคือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายข้อห้ามเบื้องต้นนี้

  • เนื้อหาต้องห้าม คือ เนื้อหาผิดศีลธรรม เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เนื้อหาที่มีความรุนแรง หรือการสนับสนุนการเหยียดเชื้อชาติและการส่งเสริมการขายของผิดกฎหมาย
  • เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ คือ เนื้อหาที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์เว้นแต่จะได้รับสิทธิ์ทางกฎหมายที่จำเป็นในการแสดงเนื้อหานั้น
  • พฤติกรรมส่งเสริมให้เกิดการคลิก เช่น เสนอว่าจะให้สิ่งตอบแทนเมื่อผู้ใช้ชมโฆษณาหรือทำการค้นหาหรือการสัญญาว่าจะให้เงินแก่บุคคลที่สามสำหรับการกระทำดังกล่าว
  • เจ้าของเว็บไซต์จะต้องไม่วางโค้ด AdSense ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมเช่น ป๊อปอัป อีเมล หรือซอฟต์แวร์ รวมถึงตำแหน่งที่มีการโหลดหน้าเว็บที่มีโฆษณา Google ช่องค้นหาหรือผลการค้นหาในป๊อปอัปหรือป๊อปอันเดอร์
  • กระทำการดัดแปลงรหัส (Code) ที่ได้รับมาจาก Google ให้ต่างจากที่ AdSenseกำหนด
  • การโกงด้วยการคลิกที่โฆษณาตัวเองหลายๆ ครั้ง
  • มี Keyword ที่ซ้ำมากจนเกินไป

ผู้อ่านสามารถศึกษานโยบาย Goggle AdSenseเพิ่มเติมได้ที่ นโยบาย Google AdSense

การทำ Google AdSense อ่านดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ที่มีเว็บไซต์ก็สามารถทำได้ แต่ควรพึงระลึกไว้ว่าการจะได้รับอนุมัติบัญชีมานั้นยากเทียบเท่ากับการรักษาบัญชีไม่ให้โดนแบนดังนั้น เจ้าของเว็บไซต์ควรปฏิบัติตามนโยบายของ Google AdSense อย่างเคร่งครัด เพราะไม่มีใครอยากเสียช่องทางสร้างรายได้แบบง่ายๆ ไปแน่ๆ

 

ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ ผู้เชี่ยวชาญในโลก Online Marketing

ในยุคดิจิตอลที่ธุรกิจในโลกออนไลน์เจริญเติบโตตามเทคโนโลยีที่พัฒนา อัตราการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการสูงขึ้นเรื่อยๆ “ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์” ที่ใครว่าไม่จำเป็น กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจที่เพิ่งเปิดตัวใหม่แต่ยังไม่มีการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดใดๆ แล้วต้องการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) และธุรกิจที่ต้องการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ฯลฯ ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์สามารถเป็นแสงสว่างชี้ทางและบันไดพาไปสู่ความสำเร็จได้

Online Marketing
Online Marketing

ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ที่มีความรู้เรื่องการตลาด แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการวางแผนและการจัดทำกลยุทธ์ต่างๆ ผู้ช่วยมือหนึ่งที่จะให้คำแนะนำ คำปรึกษา รวมถึงสอนวิธีการทำธุรกิจตั้งแต่ความรู้ขั้นพื้นฐานไปจนถึงความรู้ขั้นสูงในโลกตลาดออนไลน์ให้แก่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจส่วนตัวด้วยตนเองแต่กังวลว่าจะเกิดความผิดพลาดระหว่างการทำธุรกิจเพียงลำพัง

ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์สามารถทำอะไรได้บ้าง

Online Marketing คือ การทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น โฆษณา Facebook, โฆษณา Google, โฆษณา Youtube, โฆษณา Instagram ดังนั้นที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์จะมีหน้าที่

  • หาช่องทางที่เหมาะสมกับสินค้าหรือบริการนั้นๆ จากบรรดาสื่อ Social Media และ Search Engine
  • ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับรูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการ แล้วจำกัดวงให้แคบลงจากการวิเคราะห์ตัวแปร เช่น อายุ ความต้องการ พฤติกรรมการบริโภค ฯลฯ เพื่อให้ได้มาซึ่ง Potential Buyer ที่แท้จริง จะได้มีโอกาสในการสร้างยอดขายให้มาก ใช้งบประมาณให้น้อย
  • วางกลยุทธ์ทำให้สินค้าหรือบริการนั้นๆ เป็นที่รู้จัก โดยใช้วิธีการโฆษณาเว็บไซต์ หรือ โฆษณาสินค้า ที่จะนำไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ เพื่อให้คนอื่นรับรู้และเกิดความสนใจ ซึ่งที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์จะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการดูแล Page/Website การจัดทำภาพประกอบ การสร้าง Content การจัดวางเนื้อหาที่รู้ว่าตำแหน่งไหนจะดึงดูดสายตาคนได้มากที่สุด เวลาไหนเหมาะแก่การขาย เวลาไหนเหมาะแก่การให้ข้อมูล รวมถึงรู้ว่าต้องจับกระแสออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในการโฆษณาสินค้าอย่างไร เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย
  • ช่วยลดความเสี่ยง ป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจ ที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์จะประเมินสถานการณ์ และอัพเดทข่าวสารทางโลกออนไลน์ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ปัจจัยใดมาส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในการทำธุรกิจ รวมถึงหาวิธีแก้ไขเมื่อมีปัญหา
  • ติดตามผลงานหลังการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคอยวัดผล ควบคุมทิศทางกลยุทธ์ให้ตรงตามเป้าประสงค์ และผลักดันความสำเร็จให้อยู่เหนือคู่แข่ง

ซึ่งในการขอความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์อย่างเช่นการจ้างงาน ผู้ทำธุรกิจควรจ้างก่อนการเริ่มทำธุรกิจเพื่อที่ที่ปรึกษาจะสามารถวางแผนการตลาดได้อย่างถูกต้อง ถูกทิศทาง และในขณะเดียวกันผู้ทำธุรกิจจะได้ไม่ต้องทุ่มงบเสียเปล่าไปกับจุดหมายที่ไม่แน่นอน

ผลการสำรวจการลงโฆษณา Adwords ของแบรนด์สินค้าปลีก

รูปแบบ Google shopping มาแรงแซงหน้าการโฆษณาแบบข้อความธรรมดาไปไกล

Google shopping เป็นช่องทางเชื่อมต่อเทรนด์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่รองรับคอนเทนต์เสมือนจริง แถมแสดงผลในสมาร์ทโฟนได้อย่างดีเยี่ยม
รองรับการโฆษณาแบบอิงสถานที่ ทำให้แบรนด์สินค้าสามารถเข้าถึงผู้ใช้บริเวณใกล้เคียงร้านค้าได้ดีกว่า

ปีที่ผ่านบริษัทวิจัย Sicecar วิเคราะห์ออกมาว่า Google Shopping ads ทำรายได้จากผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากกว่า 29% ของรายได้รวม ตัวเลขนี้เปลี่ยนแปลงจาก 17% ในปี 2015
และกำลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เห็นแบบนี้จะรอช้าทำไม โอกาสที่จะทำให้แบรนด์คุณถูกพบเห็นมาแล้ว

โฆษณาบน Google เว็บไซต์การค้นหาที่ใหญ่ที่สุด ได้ง่าย ๆ พร้อมคำแนะนำดี ๆ

Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในส่วนของ Messenger ด้วยฟีเจอร์ Live Location

Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในส่วนของ Messnger ด้วยฟีเจอร์ Live Location
ที่กำลังทยอยเปิดใช้งานทั่วโลก ถ้าได้ลอง Live Location จาก Facebook Messenger ก็ไม่ต้องกังวลว่าใครจะโกหกว่าอยุ่ที่ไหน แต่ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเปิดให้ใครรู้

วิธีการใช้เพียงแค่กดที่ Share Live Location ใน Messenger
แค่แปบเดียวรู้แน่ว่าอยู่ไหน

วัตถุประสงค์หลัก ๆ ของ Live Location คือ ส่งตำแหน่งที่คุณอยู่ในปัจจุบันให้แก่เพื่อน ๆ และครอบครัวได้อย่างง่ายดาย แบบ Real t‌ime หรือบอกถึงระหว่างทางไปยังจุดนัดพบ ทั้งแบบส่วนตัวหรือแบบกลุ่มเพื่อน สามารถใช้งานได้แล้วในปัจจุบัน ใครอยากลอง ลองได้เลย

กระตุ้นยอดขายง่ายๆด้วยการโฆษณาผ่าน Google ในรูปแบบต่างๆ

Google เป็นยิ่งกว่าเว็บไซต์ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล (Search Engine) แต่ยังสามารถใช้งานโฆษณาผ่าน Google ได้อีกด้วย การโฆษณาผ่าน Google จะเป็นโฆษณาจากพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลด้วยการใช้ Keyword ของผู้ใช้เป็นหลัก เพื่อให้ผู้ค้นหาได้พบเว็บไซต์ของผู้ที่ต้องการโฆษณาผ่าน Google อันดับต้นๆ เพื่อเป็นตัวเลือกอันดับแรกของผู้ค้นหาที่จะเลือกสินค้า โดยปกติแล้วพฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้ Google นั้นจะเลือกค้นหาไม่ลึก และส่วนมากจะเลือกเว็บไซต์อันต้นๆเป็นหลักในการตัดสินใจ

การโฆษณาผ่าน Google ที่ทำให้ติดอันดับต้นๆอยู่บนหน้าการค้นหานั้นมีอยู่ 2 รูปแบบ
1.SEO – เป็นการทำโฆษณาที่ค่อนข้างยากแต่ไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับ Google ในการโฆษณา ซึ่งการติดอันดับของเว็บมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงและมีความซับซ้อนค่อนข้างสูงในการทำ SEO ทำให้การทำ SEO ต้องใช้งบประมาณในการจ้างทางเอเจนซี่สูง
2.Google Adwords – มีระบบการโฆษณาผ่าน Google ที่คล้ายๆกับ SEO ตรงที่เป็นเว็บไซต์อันดับต้นๆในการค้นหาเช่นกัน Google Adwords สังเกตดูดีๆจะเห็นอักษร “AD” สี่เหลี่ยมสีเหลืองเล็กๆหน้าชื่อเว็บไซต์ในหน้าค้นหา

Google Adwords ผู้ทีโฆษณาต้องเสียค่าบริการให้กับทาง Google เมื่อผู้ที่ค้นหานั้นคลิก ค่าใช้จ่ายในการโฆษณานั้นสามารถควบคุมงบประมาณนั้นได้และค่าใช้จ่ายนั้นอาจจะเกินได้ 20 % จากที่กำหนดไว้ใน Diary Budget เพราะว่าทาง Google ไม่อยากจะให้ผู้ที่ลงโฆษณานั้นเสียโอกาสต่อการโฆษณาผ่าน Google Adwords

Google Adwords สามารถแบ่งรูปแบบการค้นหา Keyword ได้ 5 แบบดังนี้
– Board Match : เป็นการค้นหาแบบกว้าง
– Board Match Modifier : ต้องใช้ Keyword + Keyword ที่ตรงกันทั้งหมดจึงจะค้นหาเจอ
– Phrase Match : ต้องใช้ Keyword เป็นวลีติดต่อกันจึงจะค้นหาเจอ
– Exact Match Keyword : จำเป็นต้องตรงกันเท่านั้น
– Negative Keyword : เป็นการปกปิด Keyword เช่น Keyword ผู้หญิง หากค้นหานั้นจะไม่เจอ เพื่อปิดบังในส่วนนั้นๆที่ไม่ต้องการให้ค้นหาเจอ
การโฆษณาผ่าน Google นั้นไม่ได้มีเพียงบนหน้าการค้นหา Google นั้นยังได้มีบริการโฆษณาที่มีชื่อว่า Google Display Network (GDN) เป็นตัวเชื่อมโยงไปสู่กลุ่มเป้าหมายโดยที่ไม่ต้องรอเวลาให้ลูกค้าเข้ามาหา
Google Display Network จะโฆษณาในรูปแบบ Banner ไปฝากยังเว็บไซต์ต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวสินค้า เช่น ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ก็จะฝาก Banner ไปยังเว็บไซต์ประเภทรถ เป็นต้น
Google Display Network สามารถตั้งกลุ่มเป้าหมายได้ 5 เภทได้แก่
– Keyword : คำหลัก
– Topic : เลือกจากหมวดหมู่
– Placement : แสดงผลตามเว็บที่เลือก
– Interest : ความชื่นชอบและความสนใจ
– Remarketing : การขึ้นมาตอกย้ำให้เกิดการจดจำ เมื่อคลิกเข้าชมแต่ยังไม่มีการทำการใดๆ ตัวโฆษณาจะฝัง Cookie ไปยังคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ตัวโฆษณานั้นตามไปขึ้นเว็บไซต์อื่นๆที่มี Banner ของ Google Display Network อยู่ แต่การ Remarketing นั้นจะมีอายุจำกัด

Google Earth Timelapse 4 ปีล่าสุด

Google Earth Timelapse ภาพถ่ายที่ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลก

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา และเพิ่มความคมชัดของภาพถ่าย โลกของเราได้เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ทาง Google Earth Timelapse จึงได้ถ่ายภาพการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกมาให้ประชากรอย่างเราได้รู้ว่า โลกของเราเป็นยังไง ทั้งการสร้างเกาะ ธารน้ำเเข็งละลาย

ผู้ใช้สามารถดูความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ทั่วโลกจำนวน 33 แห่ง ได้ตั้งแต่ปี 1984 จนถึงปัจจุบัน

Google ระบุว่าในการปรับปรุงใหม่นี้ ต้องย้อนกลับไปดูภาพถ่ายในอดีตมากมาย และใช้รูปภ่ายเพิ่มเติมจากดาวเทียม Landsat 8 และดาวเทียม Sentinel-2 นำภาพถ่ายมาซ้อนกันกว่า 25,000,000 ภาพ มาแสดงผลทำเป็นวิดีโอต่อเนื่อง ได้ทั้งแบบ Zoom และ Pan เหนือพื้นที่และกาลเวลาจัดทำโดย CREATE Lab ของ Carnegie Mellon

มีหลากหลายที่ให้เราเข้าดู เช่น ความคดเคี้ยวของแม่น้ำ Nyingchi ในธิเบต ประเทศจีน, ธารน้ำแข็ง Shirase ในแอนตาร์กติกา, การเติบโตของเมือง Nuflo de Chavez ในประเทศโบลิเวีย, การสร้างสะพานโอ็คแลนด์เบย์ขึ้นมาใหม่ในซานฟรานซิสโก เป็นต้น

ผู้ใช้สามารถเข้าไปดูแต่ละพื้นที่ได้ที่ Earth Engine หรือดูบน YouTube

สามารถเข้าดูได้ที่นี่ >> https://earthengine.google.com/timelapse

ที่มา blognone.com